จุดเปลี่ยนสำคัญการประท้วงครั้งล่าสุดของอิหร่าน

Iran-Protests

การประท้วงครั้งล่าสุดของประเทศอิหร่านนี้ ถือว่าเป็นเกมการเมืองอันน่าสนใจเป็นอย่างยิ่งเนื่องจากว่าการประท้วงครั้งมันมีอะไรซ่อนอยู่หลังฉากซึ่งเรามองไม่เห็นอยู่มาก อีกทั้งเราก็อยู่ไกลข่าวสารต่างๆอาจจะไม่ตรงตามนั้นสักเท่าไรนัก อย่างไรก็ตามหากจะมีจุดเปลี่ยนการประท้วงครั้งล่าสุดของอิหร่านก็คงจะหนีไม่พ้น 5 ปัจจัยต่อไปนี้ การมองหาตัวแกนนำ ปัจจัยอย่างแรกน่าสนใจมากของการประท้วง กล่าวคือ การประท้วงครั้งนี้เชื่อไหมว่าแม้ว่าจะเป็นการประท้วงครั้งยิ่งใหญ่แต่เรากลับยังไม่ได้ยินชื่อกลุ่ม หรือ แกนนำในการประท้วงครั้งนี้ได้เลย การประท้วงส่วนมากจะเป็นเมืองเล็ก คล้ายกับการใช้แผนดาวกระจายเสียมากกว่า เมื่อไม่รู้ว่าหัวหน้าเป็นใครก็ยากจะปราบได้ หากรัฐบาลต้องการจุดเปลี่ยนเพื่อพลิกเกมต้องมองหาแกนนำให้เจอ หากจับแกนนำได้การเผยแพร่ความเชื่อ แนวคิดก็จะหยุดลงได้ การเปลี่ยนแปลงผู้นำประเทศ ตามข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมประท้วงบอกว่าต้องการเปลี่ยนแปลงตัวท่านประธานาธิบดีของอิหร่าน ผู้ประท้วงต้องการเห็นอิหร่านแนวใหม่จากผู้นำคนใหม่ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงตรงนี้แม้ว่าจะดูว่าง่าย แต่เอาจริงแล้วยากมาก หากรัฐบาลยอมเสียสละตัวเองจริง เชื่อเลยว่าการประท้วงไม่จบลงแน่นอน เผลอๆ อาจจะแตกเป็นสองฝ่ายก่อนการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเสียอีก กลับกันหากประธานาธิบดีออกจากตำแหน่งแล้วการประท้วงหยุด เลือกตั้งกันใหม่ก็ถือว่าดี(ถ้ามันเป็นอย่างนั้น) ภาวะเศรษฐกิจ หัวข้อเรียกร้องของผู้ประท้วงครั้งนี้ ได้แก่ เรื่องเศรษฐกิจปัญหาปากท้อง การว่างงานและภาวะเงินเฟ้อ จุดเปลี่ยนตรงนี้รัฐบาลก็รู้อยู่แต่ว่ามันแก้ไขได้ยากมาก เนื่องจาก อิหร่านเองได้รับผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรจากฝั่งยุโรปและอเมริกามานานจากเรื่องนิวเคลียร์ เพิ่งจะมาผ่อนปรนเมื่อไม่นานมานี้เอง การจะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นแบบทันตาเห็นนั้นมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว แม้ว่ารัฐบาลจะประกาศนโยบายทางเศรษฐกิจแบบไหนมาก็ตาม… Continue Reading

การประท้วงต่อต้านรัฐบาลอิหร่าน สถานการณ์ที่น่าจับตามอง

Protest-against-

หากใครติดตามข่าวคราวการเมืองระหว่างประเทศมานานจะเห็นว่า ช่วง 5-7 ปีหลังสุดนี้จะมีการประท้วงเกิดขึ้นบ่อยมากในประเทศที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมีการประท้วงได้ ซึ่งการประท้วงเหล่านี้จะมองข้ามไปเลยไม่ได้ เนื่องจากชนวนเหตุการประท้วงบางอย่างมันอาจจะเกิดขึ้นกับบ้านเราก็เป็นได้ ตัวอย่างเช่นการประท้วงต่อต้านรัฐบาลอิหร่าน เป็นต้น นี่ไม่ใช่การประท้วงครั้งแรก ประเทศอิหร่าน หลายคนอาจจะไม่รู้จักมากนัก อย่างเก่งก็คงแค่เคยได้ยินชื่อมาบ้าง สำหรับประเทศนี้การประท้วงในปี 2017 นี้ไม่ใช่ครั้งแรก ย้อนกลับไปเมื่อปี 2009 ก็เคยเกิดเหตุการณ์ประท้วงแบบนี้มาแล้ว คราวนั้นการประท้วงจะเกิดขึ้นแค่เพียงเมืองใหญ่อย่างกรุงเตหะรานเท่านั้น ซึ่งแตกต่างจากคราวปี 2017 การประท้วงส่วนใหญ่จะกระจายตัวมากกว่า การประท้วงเกิดขึ้นในเมืองเล็กที่ยากจนมากกว่านั่นทำให้เห็นภาพชัดเจนว่าครั้งนี้ผู้ประท้วงต้องการอะไร จากเศรษฐกิจ สู่การเมือง หัวข้อการประท้วงในครั้งนี้ ผู้ประท้วงอ้างถึงเรื่องเศรษฐกิจของประเทศอิหร่านที่ไม่ดีเอาเสียเลย รายงานกล่าวว่าก่อนการประท้วงประเทศอิหร่านมีอัตราการว่างงานสูงถึง 12.4% ไหนจะเรื่องปัญหาเงินเฟ้อ การทุจริต และอีกมากมาย เมื่อปัญหาปากท้องของหลายคนเริ่มรวมตัวกันมากขึ้นการประท้วงก็เปรียบเสมือนพายุลูกใหญ่ถาโถมเข้าสู่รัฐบาล แต่น่าแปลกหลังจากประท้วงไประยะหนึ่ง ขอเรียกร้องต่างๆได้เปลี่ยนไปจากปากท้องเป็นเรื่องของการเมือง ไม่ว่าจะเป็นการเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจสูงสุดของอิหร่านอย่าง อาลี คาเมเนอี ออกจากตำแหน่ง แต่กลับเรียกร้องให้เลิกไปยุ่งเกี่ยวกับประเทศอื่นอย่าง… Continue Reading

ผู้ประท้วงจี 20 ปะทะตำรวจเยอรมัน

Protester

ก่อนที่จะเริ่มมีการประชุมสุดยอดประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่หรือจี 20 ถือว่าเป็นฟอรั่มการประชุมสำคัญที่สุดของโลกครั้งหนึ่ง โดยวัตถุประสงค์ในการประชุมคือมุ่งเน้นความร่วมมือกันทางด้านเศรษฐกิจการค้า ความมั่นคง และสิ่งแวดล้อม ระหว่างประเทศมหาอำนาจ ซึ่งในการประชุมปี 2017 ได้ถูกจัดขึ้น ณ.เมืองฮัมบูรก์ ประเทศเยอรมันช่วงวันที่ 7-8 กรกฎาคม ซึ่งก่อนการประชุมไม่กี่วันได้เกิดเหตุการณ์ที่เป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลกคือการที่มีกลุ่มผู้สวมหน้ากากมาร่วมเดินขบวนประท้วงภายใต้ชื่อ “Welcome to hell” หรือ “ขอต้อนรับสู่นรก” ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการประท้วงครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ตำรวจเยอรมันที่เข้าห้ามปรามกว่า 76 นาย รวมทั้งมี 3 คนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าระงับเหตุด้วยการฉีดน้ำและสเปรย์พริกไทยเข้าใส่ฝูงชนประมาณ 12,000 คน ยิ่งเท่ากับทำให้ผู้ชุมนุมเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น พร้อมตอบโต้กลับด้วยการขว้างปาขวดน้ำ ก้อนหิน รวมทั้งพลุเข้าใส่เจ้าหน้าที่อย่างบ้าคลั่ง ถึงแม้ว่าผู้นำในการประท้วงจะสั่งยกเลิกการเดินขบวนในจุดที่เริ่มเกิดความรุนแรงและเกิดการปะทะ แต่หาทำให้ผู้ชุมนุมสนใจไม่ กลุ่มคนยังคงเดินหน้าปักหลักกันอยู่ตามท้องถนนแบบไม่เกรงกลัวเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือกฎหมายกันเลย ตำรวจยังคงระบุต่อว่า ความรุนแรงได้เริ่มขยายวงกว้างไปยังเขตอื่นๆ ของเมืองอีกด้วย… Continue Reading